เกษตร อ.บางกล่ำ หนุนเลี้ยงพืชเศรษฐกิจ “ผึ้งชันโรง” ต่อยอดสร้างรายได้

กรมส่งเสริมการเกษตร ชู “ผึ้งชันโรง” สร้างรายได้เสริมสู่เกษตรแปลงใหญ่ชันโรงบางกล่ำ จ.สงขลา ซึ่งสามารถต่อยอดสร้างรายได้เพิ่ม รวมถึงพัฒนาผลผลิตให้ได้คุณภาพตรงตามที่ตลาดต้องการ

เมื่อวันที่ 17 พ.ค.65 กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการทำเกษตรที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การทําการเกษตรยั่งยืนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การใช้สารเคมีอย่างถูกต้องปลอดภัยด้วยการส่งเสริมการป้องกันและกําจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน กําจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี และส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งในเชิงอุตสาหกรรม

โดยให้เกษตรกรรวมตัวกันเป็นแปลงใหญ่ผึ้ง และแปลงใหญ่ชันโรง ปัจจุบันทั่วประเทศ มีแปลงใหญ่ผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง และชันโรง จำนวน 94 แปลง สมาชิก 3,764 ราย พื้นที่ 60,444 ไร่ โดยเป็นแปลงใหญ่ชันโรง จำนวน 11 แปลง สมาชิก 424 ราย พื้นที่ 3,226 ไร่ ในส่วนพื้นที่ภาคใต้ มีแปลงใหญ่ชันโรงจำนวน 5 แปลง ได้แก่ สงขลา 2 แปลง พัทลุง ยะลา และนราธิวาส จังหวัดละ 1 แปลง โดยแต่ละจังหวัดมีศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จ.ชุมพร เข้ามาให้ความรู้แก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

“ชันโรงหรือผึ้งจิ๋ว” มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น คนเหนือเรียก ขี้ตังนี หรือ ขี้ย้าแดง ภาคอีสานเรียก แมลงขี้สูด ภาคตะวันออกเรียก ตัวตุ้งติ้ง ส่วนภาคใต้เรียกว่า อุง “ชันโรงหรือผึ้งจิ๋ว” คือ แมลงผสมเกสรตัวเล็กๆ จัดอยู่ในจำพวกผึ้งแต่ไม่มีเหล็กไนเหมือนผึ้ง “ชันโรง” มีวิวัฒนาการสูงกว่าผึ้งป่าและผึ้งหึ่ง ซึ่งชันโรงยังให้น้ำผึ้งอีกด้วย น้ำผึ้งและเกสรของชันโรงมีราคาแพงกว่าน้ำผึ้งทั่วๆ ไป เนื่องจากเชื่อกันว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่า เพราะหายาก และมีปริมาณน้ำผึ้งน้อย

สำหรับ ต.บางกล่ำ เป็นพื้นที่ที่มีการทำสวนผลไม้หลากหลายชนิด เช่น มังคุด ลองกอง สละ เงาะ ทำให้เกษตรกรสนใจที่จะเลี้ยงผึ้งโพรงและชันโรง เพื่อสร้างรายได้จากน้ำผึ้ง และผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีคุณประโยชน์เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ที่สำคัญผึ้งและชันโรงจะช่วยในการผสมเกสรของผลไม้ต่างๆ ทำให้มีผลผลิตเพิ่มสูงขึ้น จึงถือเป็นแมลงที่มีบทบาทสำคัญในด้านเศรษฐกิจการเกษตร และเป็นตัวบ่งบอกว่าในชุมชนทำการเกษตรอินทรีย์ โดยไม่ได้ใช้สารเคมี

นายคมคาย เพชรมุณี ประธานแปลงใหญ่ชันโรงบางกล่ำ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เปิดเผยว่า เดิมสมาชิกได้เข้าร่วมโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมี โดยเลือกทำโครงการเลี้ยงผึ้งและชันโรง หลังจากโครงการเสร็จสิ้นจึงได้รวบรวมสมาชิกและจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนชื่อว่า วิสาหกิจชุมชนเลี้ยงผึ้งและญิงยวนบางกล่ำ นำผลผลิตที่ได้จำหน่ายในรูปกลุ่ม มีการเลี้ยงผึ้งชันโรงจำนวน 1,520 รัง และต่อยอดสร้างรายได้เพิ่ม แปรรูปผลิตภัณฑ์ ได้แก่ โลชั่น สบู่เหลว สบู่ก้อน ยาสระผม น้ำผึ้งชันโรง เป็นต้น ต่อมาสำนักงานเกษตรอำเภอบางกล่ำได้มาส่งเสริมให้รวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ชันโรงบางกล่ำขึ้นเมื่อปี 2563 ปัจจุบันมีสมาชิก 36 ราย โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย และมีโอกาสได้ไปศึกษาดูงาน เข้าอบรม แล้วนำความรู้ที่ได้มาปรับใช้ในแปลงเกษตรของตนเอง และพัฒนาให้เป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านการเลี้ยงผึ้งโพรงและชันโรง การทำเกษตรแบบผสมผสาน ให้บุคคลทั้งภายในและภายนอกชุมชนที่สนใจ กรมส่งเสริม

ด้าน นายมานิต แก้วพิบูลย์ เกษตรอำเภอบางกล่ำ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรอำเภอบางกล่ำ สำรวจพบว่า เกษตรกรในพื้นที่ ต.บางกล่ำ ส่วนใหญ่ปลูกพืชเศรษฐกิจ โดยเฉพาะไม้ผลจึงมีแนวคิดที่จะสนับสนุนรายได้เสริมโดยการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ เช่น ผึ้ง ชันโรง จะช่วยเรื่องการผสมเกสร เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ ซึ่งในปี 2564 ได้ส่งเสริมจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ชันโรงบางกล่ำ เพื่อสนับสนุนงบฯ ให้กลุ่มลดต้นทุนการผลิต พัฒนาผลผลิตให้ได้คุณภาพตรงตามที่ตลาดต้องการ และยังนำงบฯ มาพัฒนาการเพิ่มรังผึ้งโรงให้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น สามารถเก็บผลผลิตได้ปีละ 2 ครั้งต่อรัง มีการสร้างรังหมุนเวียน ให้เกษตรกรมีรายได้เสริมตลอดทั้งปี สามารถสร้างรายได้ถึง 10,000 บาทต่อเดือน และมีการนำผลผลิตน้ำผึ้งชันโรงมาแปรรูปเพื่อเข้าสู่ตลาดออนไลน์ ปัจจุบันยังเปิดเป็นศูนย์เครือข่ายของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อ.บางกล่ำด้วย สนใจรังเลี้ยงผึ้งชันโรงในราคารังละ 1,200 บาท น้ำผึ้งชันโรง น้ำผึ้งโพรง หรือผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งชันโรงได้แก่ สบู่ โลชั่นบำรุงผิวผสมน้ำผึ้ง ลิปสติก สอบถามได้ที่แปลงใหญ่โทร. 061-2532874 หรือ 065-4955158.